Category: Uncategorized

ทำไม #ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ถึงต้องมี Website!?

🦓 𝐂𝐫𝐨𝐬𝐬𝐰𝐚𝐥𝐤 𝐀𝐠𝐞𝐧𝐜𝐲 พร้อมไขทุกข้อสงสัย !! ว่า . . ทำไม #ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม ถึงต้องมี Website!? ธุรกิจคลินิกเสริมความงาม เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มาเเรงในปัจจุบัน การที่จะมีเว็บไซต์เพื่อ #การประชาสัมพันธ์ องค์กรของตนเองเเละ #สร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อตอบสนองความต้องการเข้าถึง ของผู้บริโภค ก็ไม่ใช่เรื่องเเปลก ที่ลูกค้าต้องการที่จะ รับรู้ข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ เเละเลือกที่จะมาใช้บริการกับเรา อีกทั้งการที่มี “เว็บไซต์” . . ✎ ยังสามารถบอกข้อมูลอื่นๆของคลินิก ได้อย่างครบถ้วน ✎ สามารถใส่บทความที่เป็นประโยชน์ กับผู้ใช้มาใช้บริการได้ ✎ สามารถลงรูป Before & After ได้อย่างเป็นระเบียบในที่เดียว ✎ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคลินิกของคุณ ✎ แก้ไข ปรับเปลี่ยนและพัฒนาได้ตลอดเวลา ตามความต้องการ ✎ ไว้สำหรับทำการตลาดออนไลน์ได้อีกด้วย หากท่านสนใจ🧡 ทำเว็บไซต์คลินิกเสริมงาม 🤝🏻ไว้ใจให้ 𝐂𝐫𝐨𝐬𝐬𝐰𝐚𝐥𝐤 𝐀𝐠𝐞𝐧𝐜𝐲 ดูแลการตลาดให้ แล้วคุณจะได้ “ บริการ ” ที่ “ เหนือ ” กว่าใคร 🤩 ทีมงานเราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผน ผลักดันธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จัก “ บนโลกออนไลน์ ” ————————————————- 📩 สนใจคลิก!! INBOX หาเราเลย ☎️ Tel : 097-919-2112 📗 LINE : @crosswalkagency (มี @ นำหน้า) 🌐 Website : https://crosswalkagency.com/ ————————————————– #โฆษณาออนไลน์ #การตลาดออนไลน์ #รับดูแลเพจ #รับดูแลการตลาดออนไลน์ #ที่ปรึกษาและวางแผนการตลาด #OnlineMarketing #DigitalMarketing #CrosswalkAgency

𝟰 กลยุทธ์ ” 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 ” ในปี 2565

📍 𝟰 กลยุทธ์ ” 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 ” ในปี 2565 📊 ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจ #ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ของคุณ เติบโตบนโลกออนไลน์ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย . . . 𝟭 . ใช้ #เทคโนโลยีเสมือน ช่วยในการสร้างความน่าสนใจให้กับอสังหาริมทรัพย์ของคุณ การใช้เทคโนโลยีเสมือน นั้นสามารถช่วยทำให้ลูกค้า ” เข้าถึง สนใจ รวมถึงเห็นภาพได้ชัดเจน ” มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องจินตนาการ เเละเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่นักอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ไม่ได้ให้ความสำคัญ จากสถิติพบว่าเทคโนโลยีนี้สามารถ #สร้างยอดขาย ได้รวดเร็วกว่าคอนเทนต์อื่นๆ ถึง 49% ในการตัดสินใจ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือ ซื้อที่ดิน เราต้องสามารถพาลูกค้าดำดิ่งเข้าสู่เส้นทางที่จะทำให้เขาตัดสินใจซื้อได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การนำเสนอเนื้อหา และคอนเทนต์ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะปลดล็อค และ โน้มน้าวใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ───── »◦✿◦« ───── 𝟮 . ต้องเข้าใจเรื่องของ #SEO อย่างชัดเจน และ ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ในยุคปัจจุบันทุกคนสามารถค้นหาข้อมูล เเละรายละเอียดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ต้องการจะซื้อได้ด้วยตัวเอง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มคนที่สนใจซื้ออสังหาฯ บ้าน คอนโด ที่ดิน รวมถึงนักลงทุนอสังหาฯ จะตัดสินใจลงทุนหรือตัดสินใจซื้อ จากข้อมูลที่เขาได้รับ และจุดเริ่มต้นของการได้ข้อมูลเหล่านี้ก็ได้รับจาก Google นั่นเอง SEO จึงสำคัญอย่างมากเเละไม่ควรที่จะมองข้าม เพื่อ #เว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ และ #การติดอันดับบนGoogle จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีคนเข้ามาชมมากขึ้นเป็นอันดับต้นๆที่ลูกค้าจะเลือก อีกทั้งยังทำให้ยอดขายของธุรกิจคุณเพิ่มขึ้นอีกด้วย ───── »◦✿◦« ───── 𝟯 . สร้าง #บทความให้ความรู้ หรือเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ กับผู้ซื้อหรือนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ การมีเว็บไซต์ถือเป็นเรื่องดี คุณสามารถให้ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ โครงการบ้านหรือคอนโด ที่คุณกำลังขายอยู่ได้โดยละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภายใน ภายนอก รวมถึง รายละเอียดเอกสารการทำเรื่องกู้เงินกับธนาคาร ความน่าเชื่อถือของธุรกิจของคุณ แต่ สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ทั้งหมดที่ลูกค้าของคุณต้องการ ข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่สามารถช่วยให้ลูกค้าได้มีไอเดีย แนวความคิดใหม่ รวมทั้ง มีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถสร้างและเปลี่ยนจากคนที่เพียงแค่ชื่นชอบและสนใจ ให้กลายมาเป็นลูกค้าได้ และ สิ่งเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ได้จากการมี คอนเทนต์ เนื้อหา หรือ บทความดี ๆ สำหรับลูกค้าเหล่านั้นได้นั่นเอง ───── »◦✿◦« ───── 𝟰 . การจ้าง #Influencers ในยุคนี้ การเลือก Influencers ให้ถูก ให้ตรงกับความต้องการ ที่คุณอยากได้ ก็สามารถตอบโจทย์ธุรกิจ ของคุณได้เช่นกัน ซึ่งในยุคนี้ก็มีหลากหลายช่องทาง และ สามารถเข้าถึง Influencers ได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Facebook, Instagram, Tiktok, Youtube ฯลฯ ในปัจจุบันการจ้าง Influencers มาช่วยทำคอนเทนต์สำหรับธุรกิจอสังหาฯ ถือเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่แปลกใหม่คือ ความสามารถของ Influencers รายนั้น ๆ ที่จะโชว์ทุกศักยภาพความเป็น ” Content Creator ” ออกมา เพราะฉะนั้นควรเลือกให้ถูกกลุ่ม และ เหมาะกับธุรกิจจะดีที่สุด 🤝🏻ไว้ใจให้ 𝐂𝐫𝐨𝐬𝐬𝐰𝐚𝐥𝐤 𝐀𝐠𝐞𝐧𝐜𝐲 ดูแลการตลาดให้ แล้วคุณจะได้ “ บริการ ” ที่ “ เหนือ ” กว่าใคร 🤩 ทีมงานเราพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผน ผลักดันธุรกิจของคุณให้เป็นที่รู้จัก “ บนโลกออนไลน์ ” ————————————————- 📩 สนใจคลิก!! INBOX หาเราเลย ☎️ Tel : 097-919-2112 📗 LINE : @crosswalkagency (มี @ นำหน้า) 🌐 Website : https://crosswalkagency.com/read more

𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 สำหรับธุรกิจโรงแรม/รีสอร์ทที่ไม่ควรพลาดในปี 𝟮𝟬𝟮𝟮

📈 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 สำหรับธุรกิจโรงแรม/รีสอร์ท🏢 ที่ไม่ควรพลาดในปี 𝟮𝟬𝟮𝟮 จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย . . ➤ เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ ” เครื่องมือค้นหา ” (Search Engine Optimization) เป็นอีก 1 ในวิธีที่ไม่เคยตกเทรนด์ เพราะวิธีนี้สามารถช่วงชิงความสนใจจากผู้บริโภคได้ และยังเป็นวิธีที่ทำให้ธุรกิจโรงแรม/รีสอร์ทสามารถสร้างแรงผลักดันให้เกิดการจองโดยตรงผ่านเว็บไซต์โรงแรม/รีสอร์ทได้ ซึ่งการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครื่องมือค้นหา (SEO) ไม่เพียงแต่จะต้องทำการ Research ข้อมูลที่สำคัญ หรือ การเลือกใช้คำ (Key Word) บนเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายที่สามารถช่วยให้เว็บไซต์ของโรงแรม/รีสอร์ท สามารถขึ้นหน้าแรกจากผลการค้นหาข้อมูลได้ เช่น การออกแบบรูปแบบของเว็บไซต์, Tag หัวข้อ, เนื้อหาที่โดนใจลูกค้า, รายละเอียดอื่น ๆ และ ลิงค์ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้เว็บไซต์มีความ “น่าสนใจมากยิ่งขึ้น” ───── »◦✿◦« ───── ➤ ทัวร์เสมือนจริง (Virtual Showroom) ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพได้มากกว่า เป็นอีก 1 วิธีที่ทุกโรงแรม/รีสอร์ทต้องมี เพราะจะสามารถช่วยให้ลูกค้า หรือ ผู้ที่สนใจอยาเข้าพักสามารถเห็นตัวห้องได้ก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือก จอง/เข้าพัก ที่นี่ ด้วยพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน การดูรูปถ่ายจากเว็บไซต์ หรือ ในสื่อออนไลน์ ยังสร้างความ Impact ไม่มากพอ เท่ากับการที่สามารถเลือกชมห้องพักได้เอง ───── »◦✿◦« ───── ➤ ทำการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ( Social Media ) การที่จะทำให้คนสนใจธุรกิจของคุณได้ในยุคนี้ก็คือ โพสต์! โพสต์! และ โพสต์! บนทุกช่องทางออนไลน์ แต่ว่าการโพสต์อย่างเดียวยังคงไม่พอ ต้องมีการ Creative Content ที่จะสื่อให้เหมาะสม ให้ทันยุค ทันสมัย ทันเหตุการณ์ด้วย การเกาะกระแสบนสื่อออนไลน์ นับว่าเป็นอีกกลยุทธ์ในการสร้างความ Impact กับลูกค้าได้ดีเลยทีเดียว ยิ่งเร็วตามทันกระแสเหตุการณ์บนสื่อออนไลน์มากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นที่สนใจกับผู้คนในยุคนี้มากเท่านั้น ───── »◦✿◦« ───── ➤ Experience Matters ทุก Feedback สำคัญ ” การไม่มี Ego สูงเป็นลาภอันประเสริฐ ” คนที่น้อมรับและรับฟัง Feedback จากลูกค้าเท่านั้นที่จะอยู่รอด เพราะเราไม่สามารถไปคิดแทนลูกค้าเลยว่า เขาคิดยังไง ? เขามีมุมมองที่แตกต่างจากเรามากแค่ไหน ? วิธีนี้ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่ดีที่สุด และ ไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะเลย เพียงแค่ฟังเสียงจากลูกค้าในช่องทางต่าง ๆ และนำมาพัฒนาปรับปรุงในอนาคต

รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ ! กับ 5 เทรนด์ 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 สำหรับ คลินิกทันตกรรม ในปี 𝟮𝟬𝟮𝟮

📈 รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์ ! กับ 5 เทรนด์ 𝗗𝗶𝗴𝗶𝘁𝗮𝗹 𝗠𝗮𝗿𝗸𝗲𝘁𝗶𝗻𝗴 🧡 สำหรับ #คลินิกทันตกรรม ในปี 𝟮𝟬𝟮𝟮 จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย! ➤ การ #ทำคอนเทนต์ ผ่าน #TikTok ช่วยให้คุณโปรโมทการบริการได้ ! การให้ความรู้กับลูกค้าหรือคนไข้ นั้นสำคัญเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ เพราะจะเป็นการสร้างการรับรู้ให้กับคนที่เข้ามาเห็นบริการของเรา ซึ่งเทคโนโลยีทุกวันนี้สามารถเข้าถึงง่ายขึ้น เราจึงควรทำให้บริการของเรานั้นสามารถถูกนำเสนอออกมาให้อยู่ในรูปแบบที่ น่าสนใจและสนุกสนานได้ เพื่อให้คนที่ผ่านมาเห็นเเละลูกค้าได้เกิดการรับรุ้ถึงบริการของคุณ และ TikTok ก็ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีผู้บริโภคเริ่มเข้ามาใช้งานมากขึ้นอีกด้วย ───── »◦✿◦« ───── ➤ คอนเทนต์ที่ #นำเสนอการบริการต่าง ๆ ให้ดูสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ หลายๆคน การมาหาหมอฟันเป็นความกังวลอยู่แล้วระดับหนึ่ง ดังนั้น การทำให้ลูกค้าหรือคนไข้เบาใจลงได้ ผ่อนคลาย รู้สึกมีความกังวลน้อยลง เป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้กับลูกค้าและคนไข้ รวมถึง คุณยังนำเสนอมันออกมาทางโซเชียลมีเดียได้ด้วย หาโอกาสดีๆ กิจกรรมให้ร่วมสนุก ที่จะทำให้คนไข้หรือลูกค้าของคุณมีรอยยิ้ม ───── »◦✿◦« ───── ➤ #คอนเทนต์ชาเลนจ์ หรือ กิจกรรมสร้างความท้าทาย ชาเลนจ์ Challenge หรือ กิจกรรมเพื่อสร้างความท้าทายในยุคนี้ จะทำให้ลูกค้าหรือคนไข้สามารถมีส่วนร่วมกับธุรกิจทันตกรรมของคุณได้ง่ายมากขึ้น ยิ่งเป็นช่องทาง โซเชี่ยลมีเดีย แล้ว คุณสามารถคิดค้นแคมเปญสนุกสนาน ให้ลูกค้าเข้ามาแจมได้ง่ายๆ เช่น กิจกรรม ท้าถ่ายรูปก่อนจัดฟัน และ ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรายเดือนในขณะที่จัดฟัน จนถึง วันที่ถอดเหล็กดัดฟันออก ───── »◦✿◦« ───── ➤ คอนเทนต์เพื่อ #ทำความรู้จักกับลูกค้า ของคุณ เมื่อมาเป็นรูปแบบของคลินิกทันตกรรมที่อยากจะทำความรู้จักและเข้าใจลูกค้าของตนเอง ลองพูดถึงการแสดงความยินดีเมื่อคนไข้หรือลูกค้าของคุณเข้ารับบริการเสร็จสิ้น และ ผ่านมันไปได้ด้วยดีดูสิ วิธีนี้จะทำให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ได้เห็นภาพว่า เขาจะได้รับการปฏิบัติอย่างไรเมื่อเข้ารับบริการ เช่น การแสดงความยินดีเมื่อถอดเหล็กดัดฟัน, วันแรกที่ใส่เหล็กดัดฟัน ฯลฯ คอนเทนต์แบบนี้จะสามารถสร้างความผ่อนคลายให้กับคนไข้ท่านอื่น ๆ ได้นะ ───── »◦✿◦« ───── ➤ การทำคอนเทนต์ #ให้ความรู้ ช่วยให้คลินิกน่าสนใจขึ้นเยอะ นอกจากคอนเทนต์สนุกสนาน เฮฮา สร้างความผ่อนคลายได้แล้ว อีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ขาดไม่ได้เลยคือ “การให้ความรู้” เพื่อสร้าง Impact แก่คนไข้ หรือ คนที่สนใจอยากจะมาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการพูดเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่คนทำฟันจะต้องเจอ หรือ ตอบคำถามจากช่องทางคอมเมนต์ที่ผู้คนสงสัย ต่างก็เป็นคอนเทนต์ที่ดี และ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของคลินิกทันตกรรมได้เช่นกัน

ทำไมคลินิกเสริมความงามต้องทำ “ 𝗕𝗿𝗮𝗻𝗱𝗶𝗻𝗴 ” !?

🤔 ทำไมคลินิกเสริมความงามต้องทำ “ 𝗕𝗿𝗮𝗻𝗱𝗶𝗻𝗴 ” !? 𝐂𝐫𝐨𝐬𝐬𝐰𝐚𝐥𝐤 𝐀𝐠𝐞𝐧𝐜𝐲 เรามีคำตอบ เเต่ละข้อจะมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมเเล้วไปดูกันเลย . . . ➣ สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ คลินิกเสริมความงามในปัจจุบันส่วนใหญ่ทำการตลาดกันมากขึ้น เเละสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุด ในการเปิดคลินิกในยุคนี้ก็คือ ” #การสร้างความมั่นใจ ” ความมั่นใจในที่นี้ก็คือ มั่นใจ . . . ในเรื่องความปลอดภัย, การให้บริการ, บริการหลังการขาย ฯลฯ จุดเด่นที่จะทำให้คลินิกเสริมความงามเป็นที่จดจำก็คือ บริการต่าง ๆ ที่ผู้ให้บริการ ” ควรใส่ใจ ” มากกว่าแค่การขายคอร์ส ขายบริการแล้วจบไป ต้องคิดถึงลูกค้า/ผู้ใช้บริการก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ ───── »◦✿◦« ───── ➣ ช่วยเรื่องการตัดสินใจในการเข้าใช้บริการ หรือการซื้อแพ็กเกจต่าง ๆ ของคลินิก การมี Branding ที่แข็งแรงนั่นสามารถช่วยให้ลูกค้า/ผู้ใช้บริการ ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น การทำโปรโมชั่นที่ดึงดูด การพรีเซ็นต์คลินิกที่น่าสนใจ สิ่งนี้จะช่วยให้คลินิก ” ดู #มีความน่าเชื่อถือ ” และสามารถ #ปิดยอดขาย ได้ง่ายๆ เฉพาะฉะนั้น หันมาให้ความสนใจการ ” Branding ” ให้เยอะ ๆ เพราะสิ่งนี้แหละ ที่จะช่วยให้ธุรกิจคลินิกเสริมความของคุณ ” เหนือกว่าคู่แข่ง ” ───── »◦✿◦« ───── ➣ #สร้างความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างตัว คุณหมอ, เจ้าหน้าที่ในคลินิกความงาม กับ ผู้เข้ารับบริการหรือลูกค้า การมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า/ผู้ใช้บริการนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทุกธุรกิจ ” ควรมี ” การใส่ใจ การถามไถ่ถึงการบริการ และ ให้บริการหลังการขาย เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะสร้าง ” ความมั่นใจ ” และ ” ความน่าเชื่อถือ ” ให้กับลูกค้า/ผู้ใช้บริการได้ ยิ่งใส่ใจ ยิ่งให้บริการที่ดี ยิ่งได้รับ Feedback ที่ดีกลับมา ควรใส่ใจลูกค้า/ผู้ให้บริการ อยู่เสมอ ควรรับฟัง ยอมรับข้อติเตียน และนำทั้งหมดกลับมาแก้ไขและพัฒนาอยู่เสมอ ───── »◦✿◦« ───── ➣ #เป็นที่รู้จัก ของบุคคลทั่วไปที่ไม่เคยใช้บริการ ให้เข้ามาใช้บริการ ความวิเศษของการทำ Branding นั้น สามารถ #ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้เข้ามาใช้บริการได้นะ ไม่ว่าจะเป็นการทำคอนเทนต์ลงบนแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, IG, Tiktok ฯลฯ นี้ก็สามารถสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้ โดยที่คุณแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะแยะเลย เพียงแค่ ทำ – โพสต์ – แชร์ แค่นี้เอง ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว ยิ่งทำคอนเทนต์ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงเวลานั้น หากนำมาปรับให้เข้ากับรูปแบบของธุรกิจคุณได้ ยังไงก็ปัง ───── »◦✿◦« ───── ➣ ทำให้ลูกค้าเก่า #มั่นใจ และ #กลับมาใช้บริการ อีกครั้ง การมี “บริการหลังการขายที่ดี” ก็สามารถช่วยให้ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการอีกครั้งได้นะ นอกจากเรื่องการบริการแล้ว ” ความใส่ใจ ” และ ” รู้จักลูกค้า ” ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งลูกค้าเก่า – ใหม่ ได้เล่นกัน เพราะการให้บริการไม่ใช่เพียงแค่ให้แล้วจบไปเท่านั้น ต้องใส่ใจให้มาก ๆ เพราะลูกค้านี่แหละคือ ( Key Man ) สำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต และ อยู่ต่อไปได้ ───── »◦✿◦« ───── ➣ ทำให้คลินิกเป็นที่ ” โดดเด่น ” และ ” น่าจดจำ ” การที่จะทำให้ธุรกิจ ” โดดเด่น ” และread more

อยากทำธุรกิจให้ปัง! อย่ามองข้าม UGC (User-Generated Content) 

อยากทำธุรกิจให้ปัง!  อย่ามองข้าม UGC (User-Generated Content)            User-Generated Content (UGC) คือ การสร้างเนื้อหาหรือ Content โดยผู้ใช้ หรือผู้ติดตาม เเล้วนำมาคอนเทนต์เหล่านั้นมาเผยเเพร่ไว้บนพื้นที่ของแบรนด์ โดยเนื้อหาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์ เเละสินค้าของเเบรนด์โดยตรง ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบที่ใช้เป็น ภาพถ่าย, คลิปวิดีโอ รวมไปถึงการเขียนบล็อกที่พูดถึงแบรนด์ ก็ถือว่าเป็น UGC เช่นกันค่ะ     User-Generated Content (UGC) สามารถเเบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ . . . 1. เนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Content) ส่วนใหญ่จะเป็นการที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแชร์โพสต์มาอีกต่อหนึ่ง หรือสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์ขึ้นมาเองก็ได้ ซึ่งอาจจะโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อความก็ได้ 2. รีวิวจากกลุ่มผู้ใช้งานจริง (Reviews and Testimonials) รีวิวจากลูกค้า หรือคำแนะนำจากกลุ่มผู้ใช้งานจริงที่พึงพอใจในการใช้สินค้า เพื่อเเสดงถึงการยืนยันถึงประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะเป็นการเขียนรีวิวบนเฟสบุ๊ค หรือเขียนรีวิวเกี่ยวกับแบรนด์ในเว็บไซต์อื่นๆ เช่น รีวิวบน Google, Pantip, Wongnai เเละ Twitter เป็นต้น 3. บล็อกโพสต์ (Blog Posts) ในส่วนของ Blog Post ที่มีลูกค้าเข้าไปเขียนรีวิวที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ ก็ถือว่าเป็น UGC เช่นกันค่ะ แต่อย่าลืมว่าจะต้องไม่ใช้เนื้อหาที่ถูกจ้างให้ทำขึ้นมานะคะ 4. วิดีโอ (Video Content) ไม่ว่าจะเป็น Ig story , วิดีโอบนเฟสบุ๊ค, หรือ การ Live สด ที่มักจะเป็นเป็นเนื้อหาที่ลูกค้าเต็มใจหรือสนใจถ่ายทำขึ้นมาเองเพื่อพูดเกี่ยวกับเเบรนด์นั้น ๆ 5. ฟอรัม (Forums) ยกตัวอย่างที่เห็นภาพได้อย่าชัดเจน เช่น การที่ลูกค้าไปตั้งคำถามในกระทู้พันทิป ซึ่งอาจมาสอบถามเกี่ยวกับร้าน หรือเเบรนด์ในฟอรั่มต่าง ๆ ซึ่งมักจะเป็นการถาม-ตอบ และคอมเมนต์พูดคุยกันระหว่างผู้ใช้งานด้วยกันเอง 6. กรณีศึกษา (Case Studies) คือการบอกเล่าเรื่องราว หรือประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อเเบรนด์ว่าใช้งานเป็นอย่างไร ตอบโจทย์ผู้ใช้เเบบไหน ซึ่งเนื้อหาดังกล่าวสามารถช่วยเสริมจุดเด่นให้เเบรนด์ เเละช่วยดึงดูดว่าที่ลูกค้าใหม่ให้มีความกล้าที่จะเลือกเเบรนด์ของเราได้นั่นเองค่ะ   ข้อดีของการใช้ User-Generated Content ยกระดับความน่าเชื่อถือ (Authenticity) เพราะการที่ผู้บริโภคเป็นคนสร้างคอนเทนต์ต่าง ๆ ขึ้นมาเองนั้น ทำให้ผู้บริโภคอื่น ๆ ไว้ใจ เพราะรู้สึกว่าการรีวิวหรือคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มาจากผู้ใช้จริงนั้นมีความจริงใจมากกว่าการที่แบรนด์ทำโฆษณาเพื่อโปรโมตสินค้า นั่นจึงทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกเชื่อถือ และเชื่อมั่นในแบรนด์มากขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายสินค้า (Increase income and sales) จากรายงานของ Nielson Global พบว่าผู้บริโภค 42% เชื่อคำรีวิวและคำแนะนำของ UGC มากกว่าจากแบรนด์ และทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นหาก UGC เป็นไปในแนวทางที่ดี การมีส่วนร่วม (Engagement) การที่ผู้บริโภคได้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์จะช่วยให้เเบรนด์เป็นที่น่าประทับใจ เเละเป็นที่น่าจดจำ (Memorable) เเก่ลูกค้า ซึ่งอาจทำให้ลู้ค้ารู้สึกประทับใจ เเละนำไปบอกต่อ ๆ กัน ช่วยให้เเบรนด์ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ช่วยให้ผู้คนเข้าใจแบรนด์มากยิ่งขึ้น (Brand awareness) โดยปกติเเบรนด์จะมีจุดเด่นของตัวเองอยู่เเล้ว ดังนั้นการที่เเบรนด์ถูกนำไปพูดถึงโดยกลุ่มลูกค้า ก็จะสามารถช่วยตอกย้ำความเป็นเเบรนด์เเละ เป็นตัวช่วยช่วยยืนยันว่าเเบรนด์มีจุดเด่นเเบบนั้นจริงๆ           เมื่อได้ทำความรู้จักกับ UGC (User-Generated Content) มาประมาณหนึ่งเเล้ว หลายๆ คน คงอยากเริ่มลองนำไปใช้กันเเล้วใช่ไหมล่ะค่ะ เเต่เเล้วจะเริ่มต้นยังไงดี? วันนี้ Crosswalk Agency เรามีคำตอบมาให้ทุกคนกันเเล้วค่ะ สร้างแฮชแท็ก (Hashtag) ประจำแบรนด์ของคุณ อาจเป็นคำสั้นๆ ง่ายต่อการจดจำ เช่น #ชื่อเเบรนด์ หรือ #ชื้อสินค้าที่เเบรนด์ของคุณตั้งขึ้น เป็นต้น เสิร์ชหา UGC จากแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ เช่นread more

ยกระดับการตลาด เพิ่มโอกาสการขาย ด้วยกลยุทธ์ Contextual Marketing

ยกระดับการตลาด เพิ่มโอกาสการขาย ด้วยกลยุทธ์ Contextual Marketing           หนึ่งในเเนวคิดทางการตลาด ที่กำลังถูดพูดถึงมากที่สุดใน Marketing 5.0 นั่นก็คือ Contextual Marketing ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของการตลาดแบบ Inbound Marketing หรือ ตลาดแบบดึงดูด ด้วยการวิเคราะห์ และนำเสนอคอนเทนต์ ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า การตลาดในรูปเเบบนี้ จึงถือเป็นเเนวคิดที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาดเป็นอย่างมาก เพราะสามารถช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดี วันนี้ Crosswalk Agency เราเลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ Contextual Marketing กันค่ะ           Contextual Marketing คือ การศึกษาข้อมูล หรือบริบทรอบตัวของผู้คน เเล้วนำมาวางแผนสร้างสรรค์แคมเปญทางการตลาด โดยการนำเสนอคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับคนๆ นั้นในรูปแบบต่างๆ และสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้า เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกว่า เราเข้าอกเข้าใจถึงความต้องการของพวกเค้า ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ สามารถส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจซื้อสินค้าของเราในที่สุด เเต่ทั้งนี้เราก็ควรเคารพความเป็นส่วนตัว (Privacy) ของลูกค้าด้วย เพราะการทำ Contextual Marketing จำเป็นต้องใช้ข้อมูลบริบทของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลการค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์, ระยะเวลาในการดูสินค้า, การกรอกข้อมูลที่อยู่ เบอร์โทร บนเว็บไซต์ที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ เป็นต้น ประโยชน์ของ Contextual Marketing ใช้ต้นทุนถูกกว่าการทำการตลาดในรูปแบบอื่นๆ ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี เเละความพึงพอใจให้กับลูกค้า สามารถกำหนดเป้าหมาย เเละช่วงเวลาในการทำแคมเปญทางการตลาดได้อย่างชัดเจน ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับข้อมูลข่าวสารมากจนเกินไป เพราะวิเคราะห์เป็นอย่างดีแล้วว่า อะไรที่ตอบโจทย์กับลูกค้าที่สุด เป็นตัวช่วยดึงสินค้าให้กลับมาอยู่ในความสนใจของลูกค้าผ่านแคมเปญใหม่ๆ ได้เสมอ            สรุปง่ายๆ Contextual Marketing เป็นการหยิบ “บริบทรอบตัวลูกค้า” เเบบ Real Time เพื่อนำเสนอสิ่งที่ใช่สำหรับลูกค้ามากที่สุด โดยผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลว่าลูกค้าใช้เครื่องมืออะไร? เเละกำลังสนใจอะไรอยู่? เเล้วก็ใช้ข้อมูลเหล่านั้นสื่อสารกับลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการ เเละเเสดงถึงความเข้าอกเข้าใจ เท่านี้ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการติดสินใจซื้อของลูกค้าเเล้วค่ะ           อย่าลืมนำข้อมูลดีๆ ไปปรับใช้กับธุรกิจกันนะคะ หากคุณต้องการที่ปรึกษา และวางแผนการตลาดออนไลน์ ให้โดดเด่นเป็นที่รู้จัก “Crosswalk Agency” เราพร้อมเป็นผู้ร่วมวางแผนธุรกิจ เเละผลักดันธุรกิจของคุณ ให้ทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานการตลาด ที่มีประสบการณ์ จากแบรนด์ระดับประเทศมากมาย อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> Crosswalk Agency ” สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ ” สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด เเหล่งข้อมูลอ้างอิง: Popticles EverydayMarketing

กลยุทธ์การตลาดเเบบเเฝง (Ambush Marketing)

Ambush Marketing กลยุทธ์การตลาดเเบบเเฝง           นักการตลาดยิ่งรู้กลยุทธ์ในการทำการตลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการทำ การตลาดได้ดียิ่งมากขึ้น ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำกลยุทธ์ทางการตลาด จึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะได้สามารถนำกลยุทธ์เหล่านั้นมาปรับใช้กับธุรกิจได้ วันนี้ Crosswalk Agency เลยอยากจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับกลยุทธ์การตลาดเเบบเเฝง (Ambush Marketing) เเอบขายเเบบเนียนๆ ก็เซียนได้! ว่าเเต่กลยุทธ์นี้คืออะไร? เเละมีข้อดีอย่างไร? เราไปศึกษาพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ Ambush marketing คืออะไร ? Ambush marketing หรือ การตลาดแบบแฝง คือ รูปแบบของกิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อแบรนด์หนึ่งได้เป็นสปอนเซอร์หลักของงานกีฬาใดกีฬาหนึ่ง อย่างเป็นทางการแล้วมีแบรนด์ของคู่แข่งก็จะต้องพยายามทำตัวเอง มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับกีฬาดังกล่าวด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้จ่ายค่าเป็นสปอนเซอร์แต่อย่างใด        การทำ Ambush Marketing หรือ การตลาดแบบแฝงนั้น คุณไม่จำเป็นต้องเข้าเป็น สปอนเซอร์หลัก และเสียเงินจำนวนมาก เพียงคุณเข้าสนับสนุนกิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่ง และมีโลโก้แฝงอยู่ในทุกๆ กิจกรรมที่สนับสนุน เท่านี้ก็เหมือนเป็นการพรีเซนต์เเบรนด์ของคุณเเบบอ้อมๆ เเล้วนะคะ ยกตัวอย่างการใช้กลยุทธ์ Ambush Marketing           ในกีฬาโอลิมปิค Fuji Film อาจให้การสนับสนุนหลัก แต่เครื่องดื่มเกลือแร่ชนิดหนึ่ง ให้การสนับสนุน กีฬาบาสเก็ตบอล ทีมชาติสหรัฐอเมริกา โดยมีโลโก้ติดตามข้างสนาม หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าของนักกีฬา ทำให้ ผู้ชมรอบสนาม เกิดการรับรู้ในแบรนด์ เสพแบรนด์ต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว หรือแม้กระทั่งหากผู้ชมรอบสนามกระหายน้ำ และเกิดสังเกตุเห็น แบรนด์เครื่องดื่มเกลือแร่ รอบสนาม ผู้ชมรอบสนามอาจจะอยากดื่มเครื่องดื่มแบรนด์นี้ได้ ซึ่งน่าตกใจคือ กว่า 85% รอบสนามมีโอกาสจะดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว! ข้อดีของการใช้กลยุทธ์ Ambush Marketing           ข้อดีของการใช้กลยุทธ์นี้ก็คือ ใช้ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า เพราะคุณจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเพื่อไปเป็นสปอนเซอร์ของ Event ต่างๆ แต่เราเพียงใช้งบประมาณที่น้อยกว่าในการเป็นส่วนหนึ่งของ Event นั้นๆ ช่วยให้เราสามารถเข้าไปอยู่ในกระแสที่คนกำลังสนใจต่อกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งถือป็นโอกาสที่แบรนด์ ของคุณสามารถสร้างการรับรู้ไปพร้อมๆ กับแบรนด์ใหญ่ๆ ได้           เมื่ออ่านบทความจบเเล้ว ก็อย่าลืมนำข้อมูลดีๆ เหล่านี้ไปปรับใช้กับธุรกิจได้นะคะ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดของการทำการตลาด ก็คือการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เเละน่าสนใจ เพื่อช่วยดึงดูดใจทั้งลูกเก่า เเละลูกค้าใหม่ให้เกิดความสนใจเเบรนด์นะคะ           หากคุณต้องการที่ปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ ให้โดดเด่นเป็นที่รู้จัก “Crosswalk Agency” เราพร้อมเป็นผู้ร่วมวางแผนธุรกิจ เเละผลักดันธุรกิจของคุณ ให้ทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานการตลาดที่มีประสบการณ์จากแบรนด์ระดับประเทศมากมาย อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> Crosswalk Agency ” สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ ” สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด เเหล่งข้อมูลอ้างอิง: www.adaddictth.com www.wordstream.com  

การตลาดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร

การตลาดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร            ในปัจจุบันสถานการณ์โควิด ทำให้ธุรกิจร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาเลือกซื้อสินค้าเเละบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่าออฟไลน์ เพราะมีความสะดวกเเละรวดเร็วกว่า ดังนั้นการขายเเบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียวก็คงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป ธุรกิจร้านอาหารหลาย ๆ เจ้าจึงเริ่มปรับตัวเข้ามาทำการตลาดออนไลน์กันมากขึ้น เพื่อพร้อมรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เเต่เเล้วเหล่าร้านอาหารจะเริ่มทำการตลาดยังไงดี? วันนี้ Crosswalk Agency เรามีเทคนิคการตลาดออนไลน์สำหรับร้านค้ามาฝากทุกคนกัน ว่าเเต่จะมีอะไรบ้าง? ไปดูกันเลยค่ะ 1. เปิดหน้าร้านออนไลน์           สร้างโปรไฟล์ของร้านอาหารของคุณ  ผ่าน Social Media ต่างๆ เช่น Facebook Page, Instagram ที่ช่วยโปรโมทร้านของคุณผ่าน Content และสร้าง Google My Business ที่แสดงหมุดแผนที่ เมื่อมีคนค้นหาร้านของคุณ 2. เมื่อมีหน้าร้านออนไลน์ แล้วอย่าลืมสร้าง Content Marketing ด้วยนะ !           การโปรโมทร้านอาหารอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ หลักในการนำเสนอเมนูที่น่ารับประทานหรือร้านอาหารของคุณ จะเน้นการใช้สื่อรูปภาพ หรือวีดีโอเป็นสำคัญ โดยวีดีโอสามารถเพิ่มอัตราการแชร์มากกว่ารูปภาพถึง 100% ช่วยดึงดูดผู้ชมเป็นอย่างดี และกระตุ้นการซื้อได้ง่าย การนำเสนอคอนเทนต์ทำได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Review เมนูใหม่ ทำโปรโมชั่น Behind the Scenes การทำเมนูนั้นๆ บรรยากาศของร้าน 3. การดูแลเพจ และ ตอบคอมเมนต์ผู้ที่สนใจ การให้ข้อมูลกับผู้ที่สนใจอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ทันที การจัดการกับคอมเมนต์เชิงลบกับแบรนด์ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างรวดเร็ว แบรนด์ควรออกมาสื่อสารกับผู้บริโภคเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงลบที่เกิดขึ้น 4. การโฆษณาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยโปรโมทร้านอาหารได้เป็นอย่างดี           โฆษณาผ่าน Facebook Page ที่เป็นแพลตฟอร์มยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย หรือ Instagram แอพสุดชิคสำหรับวัยรุ่นที่เน้นโปรโมทรูปภาพและวีดีโอเป็นหลัก สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียดเจาะจง และกำหนดพื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายที่อยู่กับใกล้ร้านอาหารของคุณได้ผ่านการนำเสนอแบบรูปภาพหรือวิดีโอ และข้อความ สร้างการรับรู้และการจดจำ รวมไปถึงการวัดผลที่มอนิเตอร์ได้ง่าย สำหรับร้านที่มีการขายผ่าน Delivery App สามารถสร้างโฆษณา และทำให้ลูกค้าที่เห็น ไปซื้อผ่าน Delivery App ได้อีกด้วย! 5. ใช้ข้อมูลจากลูกค้าให้เป็นประโยชน์           การใช้เครื่องมือทางออนไลน์สามารถเก็บข้อมูลลูกค้าได้เป็นอย่างดี และสามารถนำข้อมูลนั้นไปพัฒนาทางการตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นเมนูที่ลูกค้าให้ความสนใจมากที่สุด ลูกค้าต้องการการพัฒนาหรืออยากให้มีเมนูใหม่ๆ แบบไหน ทางเราสามารถจัดการและกำหนดทิศทางของธุรกิจในด้านการตลาดต่อไปได้ รวมถึงด้านผลิตภัณฑ์หรือการบริการอื่นๆ เป็นต้น อย่าลืมนำเทคนิค “การตลาดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร” จาก Crosswalk Agency ไปลองปรับใช้กับธุรกิจของคุณนะคะ           สนใจวางเเผนธุรกิจของคุณให้โดดเด่น เป็นที่รู้จัก ให้ Crosswalk Agency เป็นผู้ร่วมวางแผนเเละผลักดันธุรกิจของคุณ ให้สามารถทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทีมการตลาดคุณภาพที่มีประสบการณ์จากแบรนด์ระดับประเทศมากมาย อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ >> Crosswalk Agency ” สนใจปรึกษาและวางแผนการตลาดออนไลน์ ” สามารถติดต่อปรึกษาได้ที่บริษัท ทางม้าลายเอเจนซี่ จำกัด  

5 Tips สร้าง Banner Ads  ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

5 Tips สร้าง Banner Ads ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย          Banner Ads  คือ การโฆษณาบนช่องทาง Google Ads ที่ลูกค้าจะสามารถเห็นได้ตามหน้าเว็บไซต์ สังเกตง่ายๆ จะมีลักษณะเหมือนกับแผ่นป้าย ที่ทำให้ธุรกิจสามารถสื่อข้อความ ที่ต้องการจะบอกเล่าออกมาได้ ผ่านรูปภาพ และตัวอักษร ซึ่งหลายๆ ครั้งที่เเบนเนอร์เหล่านี้มักถูกเลื่อนผ่านไปเเบบไร้เยื่อใย นั่นก็อาจเป็นเพราะไม่น่าสนใจมากพอ เเต่เเล้วจะสร้างเเบนเนอร์อย่างไรให้ลูกค้าเกิดความสนใจ วันนี้ Crosswalk Agency เรามี “5 เทคนิค ในการออกเเบบ แบนเนอร์โฆษณา ให้โดนใจลูกค้า” มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเลย   1. เลือกขนาดที่เหมาะสม  ขนาดของเเบนเนอร์ที่ดี มีดังนี้:  300×250 Pixel Medium Rectangle ถือว่าเป็นขนาดที่ดีที่สุดในการแสดงผล ทั้งบนมือถือและแท็บเลต เพราะจะอยู่ด้านบนและมีสัดส่วน 40% ของภาพรวมทั้งหมด   728×90 Pixel Leaderboard เหมาะกับโฆษณาที่อยู่ด้านบนของหน้าจอที่เหมาะเลื่อนตามลงมาด้านล่าง   320×50 Pixel Mpbile Leaderboard เหมาะกับรูปแบบโฆษณาผ่านมือถือ   160×600 Pixel Wide Skyscraper เหมาะกับการทำโฆษณาแนวยาว มักจะอยู่ด้านข้างของเว็บไซต์   2. เลือกพื้นหลังให้เหมาะสม        ภาพพื้นหลังของ Banner Ads ควรเลือกให้เหมาะกับสีฟ้อนต์ เพราะจะช่วยเสริมให้ตัวหนังสือเห็นชัด อ่านสบายตา เเละยังช่วยเพิ่มการจดจำด้วยนะคะ  เเละที่สำคัญจะต้องสามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนว่าต้องการขายสินค้าอะไร ซึ่งการเลือกใช้พื้นหลังก็จพมีอยู่ 2 เเบบหลักๆ นั่นก็คือการใช้ภาพพื้นหลังสีทึบ เเละการใช้รูปภาพเป็นภาพพื้นหลัง  การใช้ภาพพื้นหลังสีทึบ  การใช้พื้นหลังสีทึบในการออกแบบ Banner Ads จะช่วยให้สารที่เราต้องการจะสื่ออกไปมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เช่น พวกตัวหนังสือภายในภาพ เเละองค์ประกอบต่างๆ ของตัวสินค้า ทำให้ลูกค้าสังเกตได้ง่าย ซื้อพื้นหลังเเบบนี้จึงเหมาะกับสินค้าที่จำเป็นต้องมีรายละเอียดหรือตัวหนังสือเยอะๆ นั่นเอง การใช้รูปภาพเป็นภาพพื้นหลัง  สำหรับการออกแบบ Banner Ads ที่ใช้รูปภาพเพื่อเป็นพื้นหลัง จะต้องเป็นโฆษณาของธุรกิจที่ไม่มีสินค้าเป็นชิ้นหรือสินค้าที่ต้องการรายละเอียด ตัวอักษรภายในภาพมากเกินไปเพราะอาจทำให้ลายตา อ่านยาก เเละไม่น่าสนใจ ดังนั้นการใช้ภาพเพื่อเป็นพื้นหลังจึงเหมาะกับการออกเเบบเเบนเนอร์โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับ งานบริการ สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น 3. หัวเรื่อง ( Headline) ต้องน่าสนใจ           โดยหัวเรื่องอาจใช้ข้อความสั้น ๆ ที่มีความกระชับได้ใจความและมีความครีเอทีฟ สามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ เเต่ก็ยังคงความชัดเจนว่าเราต้องการสื่อสารอะไรลงไปในภาพ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจว่าเราจะสื่ออะไรเเละเกิดความสนใจในตัวสินค้านั้นๆ อย่างการใช้คำกริยาขึ้นต้น เช่น ‘จองด่วน’ ‘อย่ารอช้า’ ‘ลดให้เลยกว่าครึ่ง’ หรืออาจใช้คีย์เวิร์ด ที่บ่งบอกถึงสรรพคุณเเละประโยชน์ของตัวสินค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจ อยากรู้อยากเห็น เเละกดคลิกตัวโฆษณาในที่สุด 4. ใช้ข้อความย่อย (Sub-heading)        การใช้ข้อความย่อยหรือ Sub-heading ไม่ใช่เรื่องเเย่เสมอไป เพราะในบางครั้งเพียงแค่หัวข้อ กับ Call to Action อาจจะเล่าเรื่องราวได้ไม่เพียงพอ ดังนั้นการเพิ่มข้อมูลส่วนเล็กๆ เพิ่มเข้าไปใต้หัวเรื่องใหญ่ ก็สามารถช่วยให้ลูกค้าเข้าใจสินค้าเเละเกิดความอยากซื้อมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การออกแบบ Banner Ads โฆษณาจากแบรนด์ “Eatfresh” ที่มีสินค้าเป็นอาหาร ได้มีการใส่คำพาดหัวที่เล่าถึงความน่ารับประทาน และ ความอร่อย นอกจากนี้ยังมีการใช้ Sub-headings “Serve Hot in 30 Minutes” ที่เป็นตัวช่วยอธิบายคุณค่าเพิ่มเติมในด้านบริการที่ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกอยากทานมากขึ้น 5. ออกแบบ Landing Page ให้สอดคล้องกับโฆษณา           การออกแบบ Landing Page ให้สอดคล้องกับโฆษณา Banner Ads ที่เรายิงไป สามารถช่วยให้โฆษณาของเรามีผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้า ที่เมื่อกดเข้ามาแล้วคงไม่อยากจะเสียเวลาหาสิ่งที่ต้องการอีกครั้ง ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือก Landing Pageread more